วันพฤหัสบดีที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

มนุษย์โบราณเข้าฝัน ขุดเจอโครงกระดูก 19 ร่าง

มนุษย์โบราณเข้าฝัน ขุดเจอโครงกระดูก 19 ร่าง

เกิดเรื่องประหลาดในหมู่บ้านที่ชัยบาดาล  จ.ลพบุรี วิญญาณมนุษย์โบราณทยอยมาเข้าฝันให้ชาวบ้านขุดหลุม บอกอยู่มานาน 2,700 ปี แล้วอยากไปผุดไปเกิด แปลกที่ขุดไปตามฝันตรงไหนก็เจอตรงนั้น จนมีโครงกระดูกแล้วถึง 19 โครง 
เมื่อวันที่ 22 พ.ย. ผู้สื่อข่าวเดินทางไปยังหมู่บ้านสำราญชัย ม.8 ต.หนองยายโต๊ะ อ.ชัยบาดาล จ.ลพบุรี หลังจากว่ามีการขุดพบโครงกระดูกมนุษย์สมัยโบราณจำนวนมาก พบชาวบ้านหลายสิบคนกำลังเดินดูโครงกระดูกมนุษย์ที่อยู่ในหลุม ความลึกประมาณ 2 เมตร พร้อมกับจุดธูปเทียนกราบไหว้ เพื่อขอโชคลาภและความเป็นสิริมงคล


จากการเปิดเผยของ นายหาญ เมาเรณู อายุ 52 ปี และนางอุ่น เมาเรณู อายุ 51 ปี สามีภรรยา อยู่บ้านเลขที่ 19/1 หมู่ 8 ต.หนองยายโต๊ะ อ.ชัยบาดาล ซึ่งเป็นเจ้าของที่ดินที่มีการขุดพบโครงกระดูกมนุษย์ กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ เมื่อประมาณ 4-5 เดือนที่ผ่านมา นางนุสรา ช่วยดับโรค อายุ 52 ปี ซึ่งเป็นญาติของตน เกิดป่วยไม่มีเรี่ยวแรง ต้องล้มหมอนนอนเสื่อ เดินไม่ไหวไปไหนมาไหนไม่ได้โดยไม่ทราบสาเหตุ นำตัวไปรักษาที่โรงพยาบาลอาการก็ไม่ดีขึ้น ญาติพี่น้องจึงไปเชิญ นายทองจิต อุนาสี อายุ 43 ปี ขาว อ.โซ่พิสัย จ.บึงกาฬ ซึ่งเป็นหมอพื้นบ้านมารักษาทางคุณไสย หลังจากนั้นเพียง 3 วัน นางนุสรากลับมีอาการดีขึ้น จนหายเป็นปกติอย่างไม่น่าเชื่อ

สองผัวเมียเจ้าของที่ดิน เล่าต่อว่า ในช่วงที่นายทองจิตหมอพื้นบ้าน เดินทางมารักษาอาการป่วยและนอนพักแรมที่ในหมู่บ้านนั้น ได้เล่าให้ชาวบ้านและตนฟังว่ามีคนโบราณชื่อว่า ปู่มี มาเข้าฝันว่าให้ช่วยขุดและนำสังขารโครงกระดูกที่ฝังอยู่ใต้ดิน อายุประมาณ 2,700 ปีขึ้นมาที เพราะต้องการไปเกิดใหม่ พร้อมกันนั้น ปู่มียังบอกจุดที่ฝังโครงกระดูกว่าอยู่ที่ใต้ต้นสะเดา ลึกลงไปในดิน 3 ศอก 2 คืบ ซึ่งอยู่ในที่ดินติดกับบ้านของตน บริเวณริมคลองลำสนธิ เนื้อที่ประมาณ 1 ไร่เศษ จากนั้นนายทองจิตรวมทั้งตน ญาติพี่น้องและชาวบ้านหลายคน จึงไปตรวจสอบยังจุดใต้ต้นสะเดาตามฝันที่ปู่มีบอก เมื่อไปถึงพบว่าทุกคนมีอาการขนลุกตัวชาเหมือนปู่มีมาบอกว่าอยู่ตรงจุดนี้แหละ


"นายทองจิตและชาวบ้านจึงได้ตกลงใจลงมือขุดตามความฝัน โดยคิดว่าหากพบจริงก็จะได้กุศลทำบุญให้ดวงวิญญาณไปเกิดใหม่ โดยลงมือขุดเมื่อวันที่ 5 ก.ค. 57 ที่ผ่านมา มีการจุดธูปเทียนบวงสรวงบอกกล่าววิญญาณปู่มีและเจ้าที่เจ้าทาง หลังจากขุดไปครึ่งวันจึงพบโครงกระดูกตามคำฝันที่ปู่มีบอกไว้จริงๆ ชาวบ้านจึงพยายามขุดแบบรักษาสภาพโครงกระดูกไว้ให้สมบูรณ์ที่สุด และโครงกระดูกที่พบคาดว่าน่าจะเป็นเพศชายความสูง 185 ซม. ที่ใกล้โครงกระดูกยังพบเศษกระเบื้องหม้อดินถ้วยชามและขวานหิน ชาวบ้านได้ช่วยกันนำสังกะสีมาทำหลังคาคลุมหลุมกันแดดกันฝน และนิมนต์พระมาสวดอภิธรรม เพื่ออุทิศบุญกุศลให้กับดวงวิญญาณติดต่อกันหลายวัน ต่อจากนั้นจึงแจ้งให้เจ้าหน้าที่กรมศิลป์ จ.ลพบุรี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาตรวจ ซึ่งพบว่ามีอายุประมาณ 2,700 ปี"
ด้านนายทองจิต อุนาสี หมอพื้นบ้าน กล่าวว่า หลังจากนั้นไม่นานก็มีวิญญาณมนุษย์โบราณมาเข้าฝันให้ขุดสังขารโครงกระดูกขึ้นมาเพื่อไปเกิดใหม่เป็นระยะติดต่อกันรวม 14 หลุม ซึ่งแต่ละหลุมก็พบโครงกระดูก 1-4 ร่าง ซึ่งจนปัจจุบันนี้มีโครงกระดูกที่ขุดพบแล้วจำนวน 19 โครง หากมีวิญญาณมาเข้าฝันบอกอีกก็คงขุดเพิ่มไปเรื่อยๆ และอาจมีจำนวนมากกว่านี้ แต่ที่ชาวบ้านประหลาดใจมากที่สุด คือการขุดหาโครงกระดูกตามความฝันนั้น ไม่เคยพลาดแม้แต่ครั้งเดียวคือต้องพบทุกครั้ง ซึ่งเป็นสิ่งเหลือเชื่อจริงๆ


อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้ แม้ว่าหน่วยงานราชการจะไม่ให้ความสำคัญ แต่พวกตนก็จะช่วยกันอนุรักษ์โครงร่างกระดูกมนุษย์โบราณเหล่านี้ไว้ ถือว่าเป็นการสร้างบุญกุศล และเพื่อต้องการส่งเสริมให้เป็นแหล่งศึกษาค้นคว้าแก่เยาวชนรุ่นลูกรุ่นหลาน หรือชาวบ้านที่ให้ความสนใจในอนาคตต่อไป โดยขณะนี้ชาวบ้านสำราญชัยได้ร่วมกันจัดตั้งเป็นชมรมสามัคคีธรรมขึ้นมา เพื่อช่วยกันดูแลและพัฒนา ส่งเสริมให้บริเวณพื้นที่นี้เป็นแหล่งท่องเที่ยวด้านวัฒนธรรม และโบราณวัตถุตามภูมิปัญญาพื้นบ้าน ซึ่งส่วนใหญ่จะได้รับความช่วยเหลือจากคนที่ทราบข่าว และเดินทางมาเที่ยวชม ได้บริจาคสิ่งของสังกะสี ไม้ ปูน อิฐบล็อก และอื่นๆ ก่อสร้างเป็นโครงหลังคาคลุมแต่ละหลุมเพื่อกันแดดกันฝน


"ในพื้นที่ตรงนี้จะไม่อนุญาตให้มีการทรงเจ้าเข้าผีเป็นอันขาด เนื่องจากอาจสร้างความวุ่นวาย ส่วนชาวบ้านที่ทราบข่าว แล้วเดินทางมาเที่ยวชมกราบไหว้โครงกระดูกมนุษย์โบราณที่หมู่บ้านสำราญชัยแห่งนี้เพื่อความเป็นสิริมงคล และขอโชคลาภ นำกลับไปตีเป็นเลขเด็ด มีโชคมีลาภกันไปหลายรายแล้วนั้น ถือว่าเป็นความเชื่อส่วนบุคคล" นายทองจิต กล่าว

ที่มา : http://www.thairath.co.th/content/464865

สำนึกคุณค่าการใช้น้ำ

สำนึกคุณค่าการใช้น้ำ

กระทรวงเกษตรและสหกรณ์...จัดกิจกรรม เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 87 พรรษา 5 ธันวาคม ภายใต้ปรัชญาและชูแนวคิด “ใช้น้ำอย่างรู้คุณค่า ปวงประชาถวายพ่อของแผ่นดิน”...ระหว่าง 30 พฤศจิกายนถึง 6 ธันวาคม
โดย...ระดมทุกหน่วยงานในสังกัด สร้างสรรค์กิจกรรมตามพระราชดำรัส ที่ว่า “...น้ำเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในงานเกษตร แม้ดินจะ ไม่ดีบ้าง หรือมีอุปสรรคทางด้านอื่นๆ ถ้าแก้ในเรื่องแหล่งน้ำที่จะใช้ในการเพาะปลูกได้แล้ว เรื่องอื่นๆก็จะพลอยดีขึ้นติดตามมา...”









กรมวิชาการเกษตร ซึ่งมีภารกิจเกี่ยวกับพืชและกสิกรรม ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาได้ยึดแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยเฉพาะเรื่องการใช้น้ำอย่างมีประสิทธิภาพอยู่แล้ว จึงนำสนองโดยเอา นวัตกรรมและเทคโนโลยีเกี่ยวกับการเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการน้ำในการปลูกพืชตามแนวพระราชดำริ มาแสดง...
เช่น...การปลูกพืชใช้น้ำน้อยแทนการปลูกข้าวนาปรัง การเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการน้ำในพืชเศรษฐกิจ (อย่างเช่น อ้อย มันสำปะหลัง ปาล์มน้ำมัน การผลิตพืชนอกฤดู ฯลฯ)...
และ...การใช้น้ำในแต่ละช่วงเวลาของการปลูกพืชควรมีการจัดการอย่างไร จึงจะเป็นการใช้น้ำอย่างมีคุณค่าในภาคการเกษตร ซึ่งนอกจากจะช่วยลดต้นทุน เพิ่มปริมาณและคุณภาพผลผลิต ยังช่วยเพิ่มรายได้ให้แก่เกษตรกร...
คุณอนันต์ สุวรรณรัตน์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร บอกว่า...“กิจกรรมเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ครั้งนี้ จัดขึ้น 2 ส่วนด้วยกัน คือ บริเวณท้องสนามหลวง ซึ่งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์จะจัดร่วมกับรัฐบาล...
...ซึ่งกรมวิชาการเกษตรจะจัดแสดงสวนแนวตั้งและการปลูกผักในระบบไฮโดรโพนิกส์ อันเป็นเทคโนโลยีที่กลุ่มคนในเมืองสามารถนำไปปรับใช้ในการปลูกพืชที่บ้านหรือภายในอาคารสูง เช่น กับคอนโดมิเนียม...”
กับ...บริเวณด้านหน้ากระทรวงเกษตรฯ ซึ่งเป็นผลงานร่วมระหว่างหน่วยงานอื่นๆที่ข้องเกี่ยวกับน้ำ อาทิ กรมชลประทาน กรมประมง กรมพัฒนาที่ดิน กรมส่งเสริมการเกษตร ฯลฯ จำลองการบริหาร จัดการพื้นที่ดินและน้ำตามแนวพระราชดำริเกษตรทฤษฎีใหม่ ซึ่งมีทั้งการปลูกข้าว พืชผัก การเลี้ยงสัตว์...ฯลฯ
...ผู้เข้าชมงาน จะได้ความรู้เกี่ยวกับน้ำ สามารถนำไปใช้ประกอบได้ทั้งในอาชีพหลักและอาชีพเสริม...!!

ดอกสะแบง

ที่มา :thairath.co.th

วันพุธที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

วิวาห์สุดท้าย!! เพื่อหวานใจ

วิวาห์สุดท้าย!! เพื่อหวานใจ

ความรักไม่มีวันพรากไปจากใจ แม้ร่างกายจะดับสูญ แต่ความรักจะไม่ดับไป ยังคงสถิตอยู่ในใจเสมอ 
เรื่องราวความรักสุดประทับใจที่จะทำให้คุณซึ้งและเข้าใจคำว่ารักแท้ เมื่อแฟนหนุ่มขอแฟนสาวที่ป่วยเป็นมะเร็งระยะสุดท้าย พร้อมจัดพิธิวิวาห์ในโรงพยาบาลท่ามกลางสักขีพยานมากมายที่มาร่วมแสดงความยินดี บรรยากาศเต็มไปด้วยความสุขและรอยยิ้มที่อาบแก้มไปด้วยคราบน้ำตา
เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นที่ประเทศจีน สุดยอดเจ้าบ่าวนามว่า ยู ไห่หนิง อายุ 24 ปี ได้ขอแต่งงานกับแฟนสาวที่คบกันมา 5 ปี นามว่า ฮุ่ยเสี่ยง หลังจากคนรักของเขาได้ตรวจพบว่าป่วยเป็นมะเร็งเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมาและได้เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่ง ซึ่งระหว่างการรักษา  ยู ไห่หนิง ได้ลาออกจากงานเพื่อมาดูแลคนรักของเขาอย่างใกล้ชิด แต่น่าเศร้าเมื่อการวินิจฉัยล่าสุดทางแพทย์พบว่ามะเร็งได้ลุกลามไปสู่อวัยวะส่วนอื่นๆของร่างกายแล้ว และจะทำให้นาง ฮุ่ยเสี่ยง มีชีวิตอยู่ได้เพียงไม่กี่สัปดาห์
ด้านแฟนหนุ่มจึงตัดสินใจขอเธอแต่งงานในที่สุด แม้ว่าจะถูกทัดทานโดยแฟนสาวของเขาเพราะเป็นห่วงอนาคตเนื่องจากเธอเห็นว่าอาจจะอยู่กับเขาได้ไม่นาน แต่ ยู ไห่หนิง ก็ไม่ล้มเลิกความตั้งใจ เพราะสิ่งสุดท้ายที่เขาจะทำเพื่อคนที่เขารักที่สุดคือการได้แต่งงาน ได้ดูแลและใช้ชีวิตร่วมกับคนที่รักมากที่สุด ถึงแม้จะเหลือเวลาเพียงน้อยนิด แต่  ยู ไห่หนิง ก็อยากจะดูแลแฟนสาวคนนี้จนกว่าจะหมดลมหายใจ
ส่วนแฟนสาว ฮุ่ยเสี่ยง  วัย 25 ปี ได้กล่าวบนเวทีว่า พ่อกับแม่ได้ให้ทุกๆ สิ่ง ทุกๆ อย่างกับฉัน แม้กระทั่งชีวิตของฉัน ฉันมีความสุขและปลื้มใจมากๆ ที่ได้เกิดมาเป็นลูกสาวของพ่อแม่ ฉันหวังว่าชาติหน้าฉันจะได้เกิดมาเป็นลูกสาวของพ่อกับแม่อีก ฉันดีใจ ฉันจะแต่งงานกับเขาค่ะ
เป็นเรื่องราวสุดประทับใจจริงๆครับ สำหรับความรักของคุณผู้ชายชาวจีนคนนี้ ที่ยอมทุ่มเททุกอย่างเพื่อคนที่เขารัก แม้มะเร็งอาจจะพรากคนรักของเขาไปแต่มะเร็งไม่สามารถพรากความรักที่ชายหนุ่มคนนี้มีให้ต่อแฟนสาวคนนี้ไปได้เลยแม้แต่วินาทีเดียว
คุณผู้ชายทั้งหลายก็สามารถมีความรักที่ประทับใจแบบนี้ได้นะครับ ขอแค่คุณเป็นสุภาพบุรุษที่ดูแลแฟนอย่างดี ให้ความรักความเอาใจใส่เสมอต้นเสมอปลาย เท่านี้คุณก็เป็นผู้ชายที่ประเสริฐที่สุดในใจเธอแล้วล่ะครับ
ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก
shanghaiist

วันพุธที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

การนอนดึกเป็นเหตุให้อายุสั้น











ารนอนดึกเป็นเหตุให้อายุสั้น เท่ากับเร่งวันตายให้ตัวเอง การทำงานดึกทำให้ร่างกายล้า เหมือนกับ เครื่องยนต์ overload ไม่ช้าเครื่องก็พัง วิธีแก้ไขในกรณีต้องทำงานดึก เพื่อไม่ให้ร่างกายโทรมเร็ว ผู้ที่มีหน้าที่บริหารงาน มักจะพบปัญหานี้กันมาก เพราะต้องเร่งงาน 

ความรู้เกี่ยวกับความสวยความงาม

ความรู้เกี่ยวกับความสวยความงาม




1. กินหวานมากทำให้ผิวเหี่ยว จริงหรือ 

เฉลย 

จริง เพราะ เมื่อร่างกายมีน้ำตาลอยู่ในกระแสเลือดมากเกินไป มันจะไปเกาะติดกับ
เส้นใยโปรตีนที่อยู่ระหว่างเซลล์ผิว ทำให้เกิดภาวะผิวเครียดขึ้น และนำไปสู่อาการ
แก่ก่อนวัย ผิวหยาบกร้าน และเหี่ยวย่นในที่สุด